this shall pass too 1;

posted on 11 Aug 2010 22:47 by autonome

เป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดและเข้มแข็งที่สุดในเวลาเดียวกัน

ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนอย่างเมื่อก่อน หลายอย่างหลายคนในชีวิตฉัน

ถูกผลักไปอยู่ด้านหลัง วันนี้ก็เหมือนสองสามวันที่่ผ่านมา ฉันขับรถกลับบ้านเพื่อรับพ่อไปทานข้าว

มีไม่กี่อย่างที่พ่อทานได้เดี๋ยวนี้ บางครั้งฉันพยายามเสนอนั่นนี่ ร้านใหม่ ให้พ่อฟังบ้าง

แต่พ่อก็บอกว่าไม่เป็นไร ทานเหมือนเดิมก็ได้

 

เราหย่อนก้นลงนั่งที่ร้านก๊วยเตี๋ยวปลาซักพัก สั่งอาหารเรียบร้อย พ่อก็ออกอาการไม่ดีนัก

เหม็นควันธูปและหายใจไม่ออก เราเลยต้องห่อทุกอย่างกลับบ้าน

ขับรถแวะไปซื้อของเข้าร้าน มีร้านโจ๊กอยู่ตรงข้ามฝั่งคูเมือง ถามพ่อว่า เดินไปทานข้าวก่อนไหม

พ่อถามกลับมาว่า ขับรถวนไปหรือว่าจะเดินไป

ฉันบอกพ่อว่าฉันหน่ะเดินได้ แล้วพ่อหล่ะเดินไหวไหม พ่อส่ายหัวพลางถอนหายใจ

นาทีนั้นหัวใจมันอ่อนแรง แค่เดินข้ามถนน ไปไม่กี่เมตร พ่อก็ไม่ไหวแล้วเหรอ

นั่งที่ร้าน พ่อสั่งข้าวต้มปลาเหมือนเดิม ที่กินอยู่สามมื้อทุกวัน เพราะกินอย่างอื่นไม่สบายตัว

ขับรถกลับมาส่งพ่อที่บ้าน ก่อนจะกลับไปเรียน เหนื่อย กาย ไม่มาก

แต่ใจมันเหมือนโดนเข็มร้อยเล่มแทงทุกวัน

 

มันเจ็บปวดที่เห็น คนที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัวอ่อนแรงลงทุกวัน

พ่อเหนื่อยเกินกว่าจะดูแลตัวเอง หลายครั้งที่นั่งอยู่ในห้องนอนด้วยกัน

ฉันมักนั่งกดคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องเป็นเพื่อนพ่อ เวลามองกลับไปทีไร

พ่อมักจะลืมตามองเพดานนิ่ง ๆ เหมือนคิดอะไรอยู่เสมอ ฉันถามพ่อทุกครั้งว่า ทำอะไรเหรอ

พ่อก็บอกว่า ดูลูกเล่นคอมนั่นแหละ

 

พ่อไม่เหมือนพ่อคนเดิมอีกต่อไป อ่อนแรงลงทุกวัน และเหมือนทดท้อใจลึก ๆ

ฉันไม่ได้มีเวลาให้ตัวเองเที่ยวเล่นเหมือนเมื่อก่อน ไม่แม้แต่จะมีใจคิดทำอะไรของตัวเอง

 ฉันไม่โทษพ่อหรอก ไม่โกรธพ่อหรอกที่มันเป็นแบบนี้ ตอนนี้ฉันแข็งแรงกว่าพ่อมาก

ทีเมื่อก่อนตอนฉันตัวเล็ก ๆ พ่อแข็งแรงกว่า พ่อยังดูแลฉันได้เลย.. แค่นี้เองเนอะ

 

แต่ฉันพึ่งเข้าใจว่า

การที่คนเราแข็งแรงกว่าใครสักคน อาจจะเป็นเรื่องน่ายินดี

แต่ไม่ใช่กับคนในครอบครัวของเรา ผู้นำครอบครัวของเรา

 

คงไม่มีใครเข้าใจ.. บางคนอาจจะพูดว่า แล้วทำไมพ่อไม่ดูแลตัวเอง

ทำอาหารทานเอง ขับรถไปทานเอง ไม่ต้องเดือดร้อนฉันขับรถ ไป ๆ มา ๆ จากมหาลัยทุกวัน

 

แต่ฉันเข้าใจพ่อนะ .. พ่อไม่สบาย พ่อเหนื่อยมากแล้ว มันก็แค่.. พ่อดูแลทั้งครอบครัวมาตลอดชีวิต

ทำไม แค่เจียดเวลาทานข้าวกับพ่อบ้าง ดูแลพ่อบ้าง ฉันไม่ถือสาอะไรพ่อเลย

 พรุ่งนี้ก็วันแม่แล้ว แต่เราแม่ลูกก็ให้ความสำคัญกับพ่อเสียมากกว่า

 

เวลากลางคืน พ่อมักอธิษฐานอยู่เสมอ บางครั้งฉันฟังน้ำเสียงพ่อเปี่ยมไปด้วยความหวัง

แต่บางครั้งก็เจือความกลัว.. แม่ร้องไห้เมื่อคืนนี้ ขณะที่พ่อนั่งอธิษฐาน

ฉันไม่ทราบว่าทำไม.. ฉันก็รู้ว่า ฉันไม่อยากจะร้องไห้ด้วยอีกคน เลยเดินหนีมาเงียบ ๆ

 

 ฉันถามพ่อบ่ายวันนี้อีกครั้ง ว่าพ่ออธิษฐานอะไรหรือ แม่ถึงร้องไห้

พ่อบอกว่า อธิษฐานให้หนูกับแม่ไง ..

 

เหมือนโดนกรีดอีกแล้ว โดนกรีดหัวใจทุก ๆ วัน

ทุกครั้งที่พ่อพูดอะไร ฉันก็รู้สึกเหมือนพ่อ สั่งเสียฉัน .. ทุก ๆ วัน ทำไมฉันรู้สึกว่า

เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันมันไม่มากแล้ว พ่อเตรียมทุกอย่างไว้ให้เราสองคนแม่ลูก

 

 

 ฉันไม่มีความสุขกับการเรียน มันไม่สำคัญอะไรกับฉันอีกแล้ว

ฉันอยากอยู่ระวังตลอดเวลาว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่บ้าน แม่ต้องการอะไร พ่อสบายดีไหม

 

 อยากทำให้ธุรกิจเติบโตและอยู่ได้เอง อย่างให้พ่อหายกังวลใจ

มีความหวังใจในพระเจ้า ความเชื่อและความรักคงจะปกปักรักษาฉัน

 

ในพระหัตถ์ของพระเจ้า